คำถามแรกที่ผุดขึ้นในใจของคนที่อยากซื้อกระเป๋าเดินทางไว้ใช้สักใบ ก็จะต้องเป็นคำถามที่ว่า เอ!เราจะซื้อกระเป๋าเดินทางแบบไหนดีนะก็เพราะกระเป๋าเดินทางที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันทั้งตามร้านค้าในห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าออนไลน์นั้นมีให้เลือกหลายแบบหลายขนาดด้วยกัน งบประมาณและยี่ห้อก็มากมายจนแทบเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

ก่อนที่จะตอบคำถามให้ได้ว่ากระเป๋าเดินทางแบบไหนดีนั้น เราน่าจะต้องไปดูให้ครบก่อนว่ามีกระเป๋าเดินทางกี่แบบให้เลือกบ้าง ดูว่าแต่ละแบบนั้นเหมาะกับการใช้งานหรือการเดินทางรูปแบบไหน และมีข้อดีข้อเสียอย่างไรกันบ้าง เมื่อรู้รายละเอียดครบถ้วนดีแล้วเราถึงน่าจะตัดสินใจเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางที่ถูกใจและเหมาะสมได้

วันนี้แหล่ะค่ะที่เราจะพาไปดูกระเป๋าเดินทางว่ามีกี่แบบ แต่ละแบบเป็นอย่างไร เหมาะกับการเดินทางแบบไหน ใช้แล้วดีอย่างไรหรือมีข้อควรระมัดระวังในการใช้งานอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

 

กระเป๋าเดินทางแบบไหนดีและมีกี่แบบ

1. กระเป๋าเดินทางแบบถือ

กระเป๋าเดินทางแบบถือจะเป็นกระเป๋าเดินทางที่มีหูหิ้วไว้สำหรับถือเมื่อต้องการเคลื่อนย้ายกระเป๋าถ้าต้องการใช้กระเป๋าเดินทางแบบถือนี้ควรเลือกซื้อที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไปนัก เมื่อใส่สัมภาระเข้าในกระเป๋าเรียบร้อยก็ไม่ควรมีน้ำหนักเกินกว่าที่เราจะหิ้วด้วยมือข้างเดียวได้ไหวด้วย อีกเหตุผลก็คือถ้าใส่ของมากเกินไปก็มีโอกาสที่หูหิ้วจะเกิดความเสียหายได้เพราะเป็นจุดที่ต้องรองรับน้ำหนักของกระเป๋าทั้งหมด

กระเป๋าเดินทางแบบถือเหมาะกับการเดินทางดังนี้

  1. การเดินทางที่ต้องการกระเป๋าเสริมติดตัวไว้สำหรับใส่สิ่งของเพื่อให้หยิบใช้ง่าย
  2. การเดินทางที่ไม่ต้องมีการเดินโดยถือสัมภาระติดตัวไปด้วยนาน ๆ หรือบ่อย ๆ
  3. การเดินทางด้วยเครื่องบินที่ต้องการความคล่องตัวจากการเดินทางโดยไม่ต้องการโหลดกระเป๋าลงใต้ท้องเครื่องบิน
  4. การเดินทางคนเดียวที่มีสัมภาระไม่มากนัก
  5. การเดินทางที่เป็นทริปสั้น ๆ จำนวนวันไม่มาก เช่น 1-2 วัน

2. กระเป๋าเดินทางแบบสะพายข้าง

กระเป๋าเดินทางแบบสะพายข้างเป็นกระเป๋าเดินทางที่ถูกออกแบบมาให้มีสายคล้องยาวไว้สำหรับสะพายเมื่อต้องการเคลื่อนย้ายกระเป๋า กระเป๋าแบบสะพายข้างบางรุ่นทำหูหิ้วไว้เป็นทางเลือกให้สามารถหิ้วหรือสะพายก็ได้ เมื่อสะพายกระเป๋าเดินทางน้ำหนักของกระเป๋าทั้งหมดจะไปตกอยู่ที่หัวไหล่ ดังนั้นกระเป๋าเดินทางแบบสะพายจึงไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือใส่สัมภาระจนทำให้มีน้ำหนักมากเกินไปเช่นเดียวกัน เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเจ็บไหล่หรือต้นคอได้แล้ว สายสะพายยังมีโอกาสขาดจากกระเป๋าเดินทางได้ด้วย

กระเป๋าเดินทางแบบสะพายข้างเหมาะกับการเดินทางที่มีลักษณะดังนี้

  1. การเดินทางที่มีสัมภาระติดตัวไม่มากนัก เช่น มีเสื้อผ้าแค่ 1 ชุด
  2. การเดินทางที่เป็นทริปสั้น ๆ เดินทางไม่เกิน 1-2 วัน
  3. เหมาะกับผู้เดินทางที่ต้องการให้มือว่างจะได้ถือของอย่างอื่นได้สะดวก

3. กระเป๋าเดินทางแบบเป้สะพายหลัง

กระเป๋าเดินทางแบบเป้สะพายหลังนี้เป็นคำตอบของคำถามเรื่องกระเป๋าเดินทางแบบไหนดีของใครหลายคนได้อย่างลงตัว เพราะสัมภาระทั้งหมดจะถูกแบกไว้ที่ด้านหลังของเรา กระเป๋าเป้มีขนาดให้เลือกใช้ที่หลากหลาย และขนาดก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดให้กับผู้ที่ต้องการใช้กระเป๋าเดินทางแบบเป้ เพราะหลังของคนเราสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่ามือหรือไหล่หลายเท่า กระเป๋าเป้สะพายหลังยังมีข้อดีในเรื่องที่หลังสะพายสัมภาระแล้ว มือทั้งสองข้างของเรายังว่างที่จะถือของอย่างอื่นได้อีก ไม่ว่าจะซื้อกาแฟถือดื่ม หยิบบัตรรถไฟฟ้าจากกระเป๋า หรือหยิบเงินเพื่อซื้อของ ก็ทำได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่ต้องวางกระเป๋าลงก่อน

กระเป๋าเดินทางแบบเป้สะพายหลังเหมาะกับการเดินทางแบบไหนบ้างเราไปดูกันค่ะ

  1. การเดินทางท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ป่าเขา น้ำตก หรือทะเล
  2. การเดินทางท่องเที่ยวที่ต้องค้างแรมด้วยการกางเต็นท์
  3. การเดินทางที่เป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองและต้องการความคล่องตัวจากการโยกย้ายที่พักหรือโรงแรม

4. กระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก

กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของกระเป๋าเดินทางสำหรับคนที่มีคำถามเรื่องกระเป๋าเดินทางแบบไหนดีมากที่สุดก็ว่าได้ ก็เพราะล้อที่ติดมากับกระเป๋าที่ทำให้เราไม่ต้องแบกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากอยู่ตลอดเวลา เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายกระเป๋าก็เพียงแต่ดึงคันชักหรือด้ามกระเป๋าแล้วก็เข็นกระเป๋าไปเท่านั้น เรียกว่าทั้งง่ายทั้งสะดวก

กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากเหมาะสมที่จะใช้เดินทางในแทบทุกรูปแบบเลยก็ว่าได้

เพราะในปัจจุบันทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เครื่องบิน หรือรถไฟ ต่างก็มีความสะดวกที่จะใช้กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากทั้งนั้น มียกเว้นการเดินทางในบางโอกาสเท่านั้นที่ดูเหมือนกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากดูจะไม่ค่อยเหมาะ มีดังนี้

  1. การเดินทางท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ป่าเขา น้ำตก กางเต็นท์พักแรม บริเวณทางที่เป็นพื้นหญ้าหรือโขดหินทำให้ไม่พร้อมสำหรับการลากกระเป๋า
  2. การเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่เหมาะที่จะใช้กระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก เช่น สถานที่ที่ต้องแบกกระเป๋าเดินขึ้นบันไดเพราะไม่มีลิฟต์ เป็นต้น

 

นอกจากกระเป๋าเดินทางจะมีทั้งแบบถือ แบบเป้สะพายหลัง หรือแบบล้อลากให้เลือกซื้อแล้ว กระเป๋าเดินทางยังมีหลากขนาดให้เลือกซื้อ ตั้งแต่ขนาดเล็ก 16 นิ้ว ไปจนถึงขนาดใหญ่สุดที่ 28 นิ้ว เราควรเลือกซื้อขนาดที่เหมาะกับปริมาณสัมภาระและจำนวนวันที่เราต้องการเดินทางเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระเป๋าไม่พอใส่สัมภาระหรือกระเป๋าใหญ่ดูเกะกะเทอะทะ นอกจากนั้นกระเป๋าเดินทางยังมีที่ทำจากวัสดุที่เป็นผ้า ใยสังเคราะห์ พลาสติก หรือไฟเบอร์ ที่ต่างก็มีความแข็งแรงทนทาน ความยืดหยุ่น ความสามารถในการกันน้ำ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป

อ่านถึงตรงนี้หวังว่าหลายคนคงมีคำตอบแล้วว่ากระเป๋าเดินทางแบบไหนดีและเหมาะสำหรับเรา เมื่อได้คำตอบแล้วก็เริ่มมองหากระเป๋าเดินทางใบใหม่ได้เลยค่ะ

Save

Content Protection by DMCA.com
บอกต่อเรื่องราวกระเป๋าเดินทางดีๆ ^o^ ...Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterPin on PinterestShare on LinkedIn